มด ช้าง ป่า พายุ

posted on 17 May 2008 21:23 by mantarniwas  in Stories

สองเดือนมานี้เราไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ หรือมีธุระออกจากสวนไปไหนเลย
การได้อยู่ในสวนติดต่อกันนานๆ ทำให้ได้รับรู้ ได้เห็นความเป็นไป เปลี่ยนแปลง และเกี่ยวโยงกัน ของดิน-ฟ้า-ฝน สิ่งมีชีวิตและธรรมชาติรอบตัว อย่างต่อเนื่อง ชัดเจน
หลายสิ่ง น่าสนใจ น่าสนุก ตื่นเต้น บางอย่างเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าประหลาดใจ
หรือแม้อาจจะน่าตกใจ น่ากลัวอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยให้การดำรงอยู่ที่นี่ของเรา มีชีวิตชีวา และไม่น่าเบื่อเลย


-
1-


อากาศที่ร้อนจัดมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมแล้งและอบอ้าวติดต่อกันหลายวัน
จนเราทำงานไม่ค่อยไหว  และกังวลกันว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้จะผ่านร้อนนี้ไปได้สักกี่มากน้อย
แล้วจู่ๆ เย็นวันหนึ่ง ชบาตะโกนเรียก ผมกับยูกิ(เพื่อนชาวญี่ปุ่น) ให้มาดู มดฝูงใหญ่กำลังย้ายรัง
ขนไข่กับตัวอ่อนเดินตามกันเป็นพรวน

 

เรามองหน้ากันดีใจ เพราะรู้ว่านี่เป็นสัญญาณจากธรรมชาติที่บอกเราว่า
อีกไม่นาน ฝนใหญ่กำลังจะมา



-2-
แล้วก็จริงดังว่า ถัดมาไม่กี่วัน ฝนก็เทหนัก
ดินที่แห้งมานาน ส่งไอดินหอมฟุ้งคลุ้งกลิ่นฝนไปทั่ว ทันทีที่ฝนแรกสัมผัส
เรารีบล้างโอ่งเตรียมรอไว้ กะว่าสักฝนสองฝนสาม
ให้ชะหลังคาสะอาดดีแล้วค่อยรองน้ำฝนไว้ดื่ม
ซึ่งต้องระวังให้มากเพราะใต้โอ่งที่ มืด เย็นและชื้น
มักเป็นที่หลบอาศัยของสัตว์บางประเภท (ที่เคยเจอก็มีหนูและงู)
แต่คราวนี้เป็นแมงป่อง ตัวใหญ่ซะด้วย ก้ามโต ตัวมันวาวเขียวอมน้ำเงิน
ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเจอในชีวิต ดีที่ผมระวังตัวไว้ก่อนแล้ว เลยไม่ถูกมันต่อยเอา

 

Photobucket

 


-3-

ฝนยังตกหนักทุกวัน  
กบเขียด ร้องกันเซ็งแซ่ ดินได้กินน้ำอิ่ม ต้นไม้สดชื่นเขียวชอุ่ม
วันนั้น ผมกับชบาติดฝนอยู่ร้านค้า ฝนและลมแรงจัดดังอู้ๆ น่ากลัว
ต้นลำไยหลังร้านค้าถูกลมถอนล้มลงกับพื้น,
ฝนซาเรารีบขี่รถกลับบ้าน
ผ่านบ้านชาวบ้านกับศาลาหมู่บ้านถูกลมหอบหลังคา
พัง-ล้มลงมากองกับพื้นสองสามหลัง ทั้งกระเบื้องลอนคู่หรือสังกะสี


Photobucket

ผมยิ่งบิด เร่งเครื่อง ด้วยห่วงหลังคามุงจากที่บ้าน

Photobucket


ถึงบ้าน เกือบทุกอย่างอยู่ในสภาพสมบูรณ์
มีเพียงหลบ(ชื่อเรียกหลังคาส่วนบนสุดที่ครอบจั่วไว้)ที่ปลิวไปช่วงหนึ่ง
ที่จริงไม่น่าแปลกใจ คำอธิบายแบบชาวบ้านก็คือ
เวลาลมพัดแรงๆ หลังคาจากจะกระพือ เปิดขึ้นให้ลมผ่านได้
ในขณะที่หลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องที่ถูกยึดไว้แน่นหนากว่า
จะต้านลมไว้จนถูกยกปลิวไปทั้งหลังคา
ยิ่งสูงใหญ่ยิ่งต้าน แรงดันลมก็ยิ่งมาก จนผลักเสาหัก พังบ้านได้




-4-

ปกติที่บ้านจะมาให้เห็นกันเยอะ ทั้งกิ้งก่า จิ้งเหลน กบ เขียด นก หนู
ยิ่งไม่ไล่ไม่ฆ่า ก็ยิ่งมาใกล้ เพราะคุ้นชิน
แม้อีกด้านเรารู้ว่า ถ้าสัตว์เหล่านี้มา งูก็จะมา(กิน)
บ่ายวันหนึ่ง ระหว่างนั่งพักเหนื่อยอยู่ในบ้าน
ได้ยินเสียงบางอย่างบนหลังคา
สักพักมีเสียงดัง ตุ๊บ วิ่งไปดูเป็นงูกำลังรัดกินเขียด
คงหนีและไล่ล่ากันบนหลังคาแล้วพลัดตกลงมา


Photobucket

 

 -5-

ไม่รู้ยังไง เดือนเมษาทั้งเดือน
ได้เจอะสัตว์พิษมีร้ายแทบทุกชนิด
เป็นที่รู้กันตามบ้านนอกว่าฝนตกให้ระวังสัตว์จำพวกตะขาบ แมงป่อง
เพราะสัตว์พวกนี้ไม่ชอบน้ำ เมื่อฝนตกจะหนีน้ำขึ้นที่สูงและเข้าบ้าน
บางคนนอนอยู่ดีๆ แมงป่องตกจากหลังคามาต่อยก็มี
ตัวนี้ผมเจอกัดถากๆ ตอนเดินไปแปรงฟัน แต่ไม่ได้ส่องไฟ
ตัวขนาดนี้ถ้าโดนจังๆคงจะไข้ได้เหมือนกัน



Photobucket

เขาเล่ากันว่าเจ้านี่พิษมันร้ายนัก
แต่มีวิธีแก้
ถ้าโดนกัดให้จับเขียดมาวางแปะแผลที่ถูกกัด
ให้มันดูดพิษ
เขาว่าเขียดดูดพิษเข้าไปจนตัวเขียวตายไปเลย



-6-

เพื่อนล่าสุดที่มาเยือนเราคือพี่ช้าง
มาครั้งแรก เงียบมาก เราไม่รู้เลย
จนเราเดินดูต้นไม้เจอกล้วยหักล้มหลายต้น
ทีแรกสงสัยคิดว่าลมพัดแรงตอนพายุเข้า
กระทั่งเดินไปเห็นขี้ช้างจึงได้รู้
ดูรอยแล้วคงมาตั้งแต่สองคืนก่อนหน้า
 


Photobucket


อาทิตย์ถัดมา สักสองทุ่มเห็นจะได้
ไม่เห็นตัว แต่ได้ยินเสียงอยู่ใกล้ๆ
ฉีกต้นกล้วยในสวนกินเสียงดัง กร๊วบ กร๊าบ
ฟังดูแล้วน่าจะหลายตัวเสียด้วย

รุ่งขึ้น เรารีบตื่น สำรวจความเสียหาย
กล้วย ผลไม้ที่คาดว่าจะได้กินเป็นอย่างแรก
ถูกพี่ช้างหักกินหายไปทั้งแถบ แถมทิ้งขี้ไว้เป็นหลักฐาน



-7-

ฝน ฟ้าแบบนี้ เรื่องชื่นใจก็ยังมีอยู่บ้าง
เมล็ดไม้ที่เพาะไว้ก็งอกงาม

Photobucket



ความชื้นและอุณหภูมิที่เหมาะสม ยังทำให้เมล็ดกระเจี๊ยบงอกตั้งแต่อยู่ในฝัก

Photobucket

 

-8-

ธรรมชาติให้ความสวยงามมากพอๆ กับอันตรายที่แฝงอยู่ตลอดเวลา
ชีวิตที่นี่ก็มีสองด้านเสมอเช่นกัน
ที่มีทั้งความสุขใจและความยากลำบากไปพร้อมๆกัน

เรื่องบอกเล่านี้
เป็นส่วนเสี้ยวหนึ่งของประสบการณ์ตรงและจริงที่ราผ่านสัมผัส
ที่แลกมาด้วยชีวิต  ด้วยความจริงใจและซื่อสัตย์ที่สุด