นาทูรี

posted on 05 Mar 2008 21:46 by mantarniwas in Stories

. 

หนาวที่ผ่านมาผมและชบาตั้งใจปลีกตัวออกจากสวนไปพักผ่อน
หลังจากทำงานหนักมาตลอดฤดูฝน
ผมเลือกมาเยี่ยมเยียน สู่แดนดิน คงคาสุริยฉาย
มิตรสหายที่รู้จักกันมานานที่นาทูรี ป่าพะโต๊ะ จ.ชุมพร 

ทั้งถือโอกาสแวะเยี่ยมบ้านเก่า รำลึกอดีตในวัยหนุ่ม
ที่เคยแบกจอบขุดดิน เล่นน้ำ และสอนเด็กอยู่แถวนี้หลายปี

. 
 
Photobucket

.
.
สู่แดนดิน หรือที่ผมมักเรียกติดปากว่า พี่โท
ด้วยความสนิทสนม
เป็นหนุ่มโสด ผมยาว สวมแว่นสายตา
ชอบใส่เสื้อผ้าฝ้าย
กางเกงม่อฮ่อมกับรองเท้าแตะ
(บ่อยครั้งที่เขาไปปรากฎตัวอยู่แถวธรรมศาสตร์หรือจตุจักรก็กับชุดเก่งนี้แหละ)
 

แม้จะเป็นคนจริงจังชัดเจนซึ่งผมดูเอาจากสิ่งที่เขาคิดและวิถีที่เขาเลือกเดิน
แต่ภายนอกเขาเป็นคนอารมณ์ดี คุยสนุกและเป็นกันเอง

 

Photobucket

ผมรู้จักสู่แดนดินที่นั่น ตอนนั้นเราอยู่ใกล้กัน ห่างกันราวสิบห้านาทีเดิน
ผมอยู่บ้านสวนเด็กหรือบ้านดีดี้
(ชื่อนักบวชหญิงฝรั่งในศาสนาหนึ่งจากอินเดีย ที่มาทำโครงการดูแลเด็กเร่ร่อนที่นั่น)
 

ส่วนเขาอยู่นาทูรี ได้ยินครั้งแรกผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นภาษาอะไร
จนเมื่อได้ไปและเห็นป้ายหน้าสวนเขียนไว้ว่า Nature จึงได้รู้ว่า นาทูรีก็คือ ธรรมชาติ 
(Nature ฝรั่งอ่าน เนเจอร์ แต่ที่นั่นอ่านแยกคำใหม่เป็น นาทูรี).

 

Photobucket


 

เราทั้งสองต่างมาจากเมืองในเวลาไล่เลี่ยกันมีเหตุผล ที่มา และเรื่องราวต่างกัน
แต่จุดประสงค์และความเชื่อไม่ต่างกันนัก
ผมทิ้งมหาวิทยาลัยไว้ข้างหลัง มาเป็นอาสาสมัครในโครงการบ้านสวนเด็ก
สนใจเกษตรอินทรีย์ ธรรมชาติ และการภาวนา 
จึงมาปลูกผัก ทำนา ทำสวน
ใช้ชีวิตในป่าฝน อยู่ กิน เล่นด้วยกันกับเด็กๆอีกราวยี่สิบคน

 

Photobucket 

ส่วนเขา อยู่ในกลุ่มเสียงนกเสียงกา ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวแสวงหา 
ที่ติดตามดนตรีและการแสดงของ พี่จีวัน
นักดนตรีเพลงใต้ดินเพื่อชีวิต แนวธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(จำได้ว่าสมัยนั้นพี่จีวันแสดงคอนเสิร์ตนับสิบครั้ง
ผมเคยไปอยู่บ้างทั้งที่ราชดำเนินกับที่มูลนิธิพลตรีจำลองแถวรามคำแหง)
 

....จนรวมตัวเป็นกลุ่มเล็กๆ
ทำงานรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านงานศิลปะและดนตรีอยู่ในเมือง
จนสุดท้ายก็มาตั้งนาทูรี
เพราะเชื่อว่าต้องเริ่มต้นที่ตัวเอง จึงมาอยู่ป่า
ที่จริงเราไม่ได้เจอกันบ่อยนัก                                                                                                               กระนั้นผมก็รู้สึกสนิทสนมด้วย แม้จะรู้ตัวเมื่อปลายช่วงชีวิตที่นั่น
คุยกันแลกเปลี่ยนกันได้นานๆ
แม้เรื่องลึกๆ
เจอกันแต่ละที มีเรื่องคุยเล่ากันดึกดื่นค่อนคืน
 
 

เป็นเรื่องแปลก ที่นอกจากเขาแล้ว ยังมีคนหนุ่มคนสาว
จนถึงคนรุ่นคุณลุงคุณป้าอีกหลายคน
ที่ต่างทิ้งเมืองไปอยู่และพบเจอกันที่นั่น
และผมเชื่อว่าอาจเป็นเพราะมิตรภาพในป่า
ที่ทุกคนไม่มีผลประโยชน์
เคลือบแฝง
ไม่มีเรื่องที่ใครต้องหลอกเอาอะไรจากใคร
ถึงรู้จักคบหากันไม่นาน
สั้นบ้าง ยาวบ้าง ตามจังหวะชีวิตของแต่ละคนที่ต้องแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง
แต่เราก็คบกันยืนยาวจนถึงทุกวันนี้

 . .
Photobucket
 
.
 .. 
ผมกลับไปครั้งนี้ ทุกอย่างดูเกือบจะเหมือนเดิมทั้งป่าเบื้องหน้า
และแม่น้ำพะโต๊ะ 
กระทั่งกลิ่นหอมชื้นๆ ของป่าฝนที่ผมรักและคุ้นเคย
กลิ่นป่าพะโต๊ะที่เคยหายใจเข้าไป เป็นเนื้อเป็นตัวผมกว่าสามปี
(ผมบอกได้ว่าป่านี้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนที่ไหนๆ ที่เคยไปมา)
 
 

วันนี้ สู่แดนดินก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น
ยังคงนิ่งและมั่นคงกับสิ่งที่เขาเชื่อและเลือกไว้แล้ว

เขาใช้เวลาไปกับการวาดรูป เขียนเพลง เล่นดนตรี และปลูกผักอยู่เหมือนเดิม

.

.

Photobucket
.
 
แม้เขาไม่ใช่ผู้เก่งกล้าที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่คนดีเด่นที่สังคมยกย่อง
แต่การยืนหยัดท้าทายกระแสหลักภายใต้แรงเสียดทาน
จากสังคมรอบข้างอันยั่วเย้า ที่
มีอามิสสุขเป็นเครื่องหลอกล่อ
และให้ความฟุ้งเฟ้อสุขสบายเป็นรางวัลกับผู้สวามิภักดิ์
ดำเนินชีวิตอย่างสันโดษ เรียบง่ายเยี่ยงนี้กว่าสิบปีนั้น
กลับจะหาได้ยากกว่าแล้วในปัจจุบัน 


แต่ก็ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า 
แม้สู่แดนดินได้ปรับตัวเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่นมานาน
แต่ด้วยความเป็นคนที่เกิด โตและถูกฝึกมาจากในเมือง
(อย่างน้อยก็จนจบมหา'ลัย)
ยังไงเสียก็ถือว่าเขาอ่อนด้อยกว่าลูกป่าลูกดอย
โดยกำเนิดแทบจะในทุกกรณี 
ไม่ว่าด้านพละกำลัง
ความอึด ความเร็วและทักษะในการทำงาน
รวมทั้งสัญชาติญาณป่า การหากินและเอาตัวรอด
พูดกันตรงๆ
ถ้าต้องไปทำงานแบบที่ชาวบ้านทำเพื่อหาเลี้ยงชีพ
ทั้งผมและเขารู้ว่าไปไม่รอด                                                                                                                        แต่
ใช่ว่า รักจะอยู่ป่า อยากอยู่ในชนบท
ต้องเป็นเกษตรกรทำสวนทำไร่
เท่านั้นหรือ
ชีวิตน่าจะยืดหยุ่นและมีทางเลือกมากกว่านั้น
ทำอย่างไร ถ้าหากต้องการอยู่กับธรรมชาติ
ตื่นเช้ามาในที่อากาศดี เงียบสงบ
แต่ไม่มีแรง ใจไม่รักเป็นเกษตรกร
อยากทำอย่างอื่นที่ชอบและถนัดกว่า หาเลี้ยงปากท้องได้
และที่สำคัญ มีความสุขไปกับมัน
สู่แดนดินก็เช่นกัน ต้องหาความลงตัวนั้น

  
ปัจจุบันผมออกมาแล้ว โครงการที่ผมเคยทำก็ปิดลง
เสียงนกเสียงกาแตกซัดกระจัดกระจายไป
แทบจะเรียกได้ว่านาทูรีเหลือพี่โทอยู่คนเดียว
มีโอกาสคุยกันครั้งหนึ่ง
ถึงเรื่องนาทูรี
และ