สามสี่เดือนก่อนผมได้มีโอกาสไปสอนนวดไทยที่ประเทศศรีลังกา ให้กับชาวบ้านและนักพัฒนา โดยการสนับสนุนของมูลนิธิศิวะลังกาซึ่งผ่านการแนะนำจากทางอ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ที่เอ็นดูอยากให้ผมได้พักผ่อนจากการงานในสวนที่เหนื่อยหนักและมีรายได้หล่อเลี้ยงชีพ หล่อเลี้ยงงานที่กำลังบุกเบิกทำในสวน ซึ่งจำกัดลงทุกที

 

ด้วยเพราะข้อมูลรูปภาพและวีดีโอที่เก็บเอาเรื่องราวประสบการณ์ที่นั่นได้หายไปตั้งแต่กลับมาใหม่ๆด้วยสะเพร่าเก็บไว้ผิดที่ทาง หาก โชคดีได้ข้อมูลกลับมาโดยบังเอิญอีกครั้งแม้จะนานมากแล้ว แต่ทุกเรื่องราวยังดูสดใหม่ เพราะมันคือวิถี-วัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่แสดงออกถึงความชาญฉลาดผ่านการกิน-การอยู่ อันสอดคล้องกับแต่ละท้องถิ่น อันเป็นความสนใจหลักของผม(และเวปบล็อกนี้) แต่ไหนแต่ไร

 

ตลอดสามอาทิตย์เศษที่ศรีลังกางานอดิเรกที่น่าสนุกยามว่างนอกเวลาสอน

คือการซอกแซกเข้าถึงความเป็นท้องถิ่นและครัวเรือน

ใช่แล้วครับในครัวเป็นที่แรกๆที่ผมนึกถึงและชอบแวะเวียน ยามเมื่อเยี่ยมเยียนยังต่างถิ่น

ที่Islander ศูนย์ ฝึกอบรมติดป่าอุทยานตอนกลางของเกาะ เป็นที่ทำงานแรกที่ผมถูกส่งมาสอนผมสนิทกับแม่ครัวและเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันแรกๆเพราะด้วยความนอบน้อมและไม่ ถือตัวอันเป็นนิสัยที่ถูกฝึกตั้งแต่ตอนเข้าหมู่บ้านสมัยเป็นนักศึกษาจนได้ขนมและชาที่แม่ครัวกั๊กไว้ให้พิเศษกว่าคนอื่นด้วยเสน่หาเป็นประจำ

และที่นี่เองทำให้ผมรู้เห็นเป็นพยานได้ว่ามะพร้าวมีความสำคัญต่อปากท้องและชีวิตของคนศรีลังกาอย่างไร

วันละสามมื้อตลอดอาทิตย์กว่าๆที่ศูนย์นี้ ไม่มีเลยที่จะขาดมะพร้าวเป็นส่วนประกอบในมื้ออาหาร

ซึ่งแม้ไม่ใช่ตัวยืนเสมอไปในทุกเมนูแต่เป็นตัวประกอบที่ขาดไม่ได้บนทุกโต๊ะอาหารศรีลังกา

 

 

 


 

 

จานที่เห็นนี้ถ้าไม่บอก เห็นทีแรกใครๆ(รวมทั้งผม)ก็นึกว่าประมาณลาบหรือเอาเนื้อปลามายำสักอย่าง

แต่ขอโทษมันคือมะพร้าวขูดคลุกกับเครื่องแกงครับ

ง่ายและเร็วแค่ตำเครื่องแกงไว้ก่อนเอามะพร้าวที่ขูดแล้วมาคลุกๆจนเครื่องแกงสีแดงกลายเป็นสีเหลืองๆ แค่นั้น

กินอิ่มแล้วเดินเข้าไปในครัวโอ้ว ตื่นตาตื่นใจครับ

 


 

ดูลักษณะผิวภายนอกเหมือนมะระขี้นกแต่ท่าจะเป็นขี้นกยักษ์กระมัง เพราะใหญ่ขนาดน้องๆมะละกอครับ มะระ ขี้นกพันธุ์นี้ไม่เห็นในเมืองที่ขายกันมักจะใหญ่กว่านิ้วโป้งหน่อยเดียว ชบาบอกว่ากระเหรี่ยงในทุ่งใหญ่ฯก็ปลูกมะระขี้นกพันธุ์ลูกใหญ่แบบนี้เหมือนกัน

 

ส่วนเจ้านี่เป็นพระเอกอยู่โดดเด่นกลางครัวคงพอเดาออกว่าเป็นที่ขูดมะพร้าว

ที่เมืองไทยยังไม่เคยเห็นแต่อยากให้มีจัง

 



 

เพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมครับ

เทียบกับบ้านเราที่มีเพียงกระต่ายขูดมะพร้าวที่เหมาะกับใช้ในครัวเรือน

กับแบบอุตสาหกรรมหน่อยเป็นจะเครื่องขูดมะพร้าวแบบใช้มอเตอร์อย่างที่เห็นกันในตลาดสด

แต่ตัวขูดมะพร้าวรุ่นมือหมุนนี้เป็นเทคโนโลยีขนาดกลางที่เร็วกว่ากระต่ายขูดมะพร้าวค่อนข้างมากทีเดียว

(ผมลองมือแล้ว ใช้ไม่ยาก แต่อาจต้องทำความคุ้นให้เคยมือสักหน่อย)

แม้ไม่เร็วเท่ามอเตอร์แต่ราคาก็ถูกกว่า (น่าจะแค่หลักร้อยในขณะที่แบบมอเตอร์ราคาที่เวิ้งนครเกษมหรือคลองถมเป็นพันหรือหลายพันขึ้น)

ขนาดก็เล็กกว่าไม่กินที่ ไม่กินไฟ โยกย้ายง่าย

 

มีอุปกรณ์ครัวอีกชิ้นหนึ่งที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการทำข้าวนึ่งมะพร้าวอาหารท้องถิ่นของคนบนเกาะนี้

หม้อข้างล่างใส่น้ำต้มเดือดให้ไอน้ำนำความร้อนขึ้นไปอุ่นข้าวที่อัดไว้ในกระบอกด้านบน